พิธีแต่งงานแบบไทย
พิธีแต่งงานแบบไทย
พิธีสมรส มี 2 ชนิด คือ แต่งงานแล้วเจ้าบ่าวอยู่บ้านเจ้าสาว เรียกว่า “ วิวาหมงคล“ กับแต่งงานแล้วเจ้าสาว
ไปอยู่บ้านเจ้าบ่าว เรียกว่า “อาวาหมงคล “การแต่งงาน พิธีจะมี 2 ตอนโดยรวม คือ พิธีหมั้น กับพิธีแต่งงาน
พิธีหมั้น เป็นพิธีกระทำก่อนพิธีแต่งงาน เพื่อแสดงความหมายมั่นว่าฝ่ายชายจะแต่งงานด้วย
พิธีนี้จะกระทำได้ ไม่กระทำก็ได้ ถ้าไม่ทำเมื่อไปสู่ขอตามที่ตกลงกันแล้ว ก็กำหนดพิธีแต่งงานกันเท่านั้น
แต่ถ้ามีพิธีหมั้นด้วย เมื่อไปสู่ขอและตกลงกันแล้ว ก็ต้องกำหนดวันและเวลาหมั้นกันอีกครั้งหนึ่ง
พิธีแต่งงาน เป็นพิธีประกอบขึ้นระหว่างผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย เพื่อเป็นสิริมงคลแก่คู่บ่าวสาว
และเป็นการประกาศให้ทราบว่า ต่างฝ่ายต่างก็ยินยอมพร้อมใจกันยกบุตรและธิดาให้แก่กันและกัน
พิธีนี้จะกระทำหลังจากพิธีหมั้นแล้ว หรือถ้าหากไม่มีพิธีหมั้น ก็หลังจากวันสู่ขอและกำหนดนัดหมายกันก่อนนั้น
การประกอบพิธีสมรส ตามประเพณี มักนิยมทำบุญให้ทานเพื่อเป็นสิริมงคลแก่คู่สมรสด้วย
การทำบุญนี้ จะทำให้แล้วเสร็จในวันเดียวกันกับวันสมรส
หรือจะทำเป็น 2 วันก็ได้ โดยมีหลักการย่อ ๆ ดังนี้
ทำบุญวันเดียว
พิธีเริ่มขึ้นในวันที่ประกอบพิธีหลั่งน้ำสังข์
์(วันแต่งงาน ) โดยตอนเช้าวันนั้น เวลาประมาณ 0700 น. นิมนต์พระสงฆ์มาเจริญพระพุทธมนต์ที่บ้าน
( ถ้ามีเรือนหอก็ทำที่เรือนหอ ถ้าไม่มี ก็ทำที่
บ้านบิดา มารดา หรือสถานที่ ที่นัดหมายกันไว้ )
ถึงเวลาให้คู่สมรสจุดเทียน ธูป บูชาพระรัตนตรัยแล้ว
รับศิล พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ ถึงบทถวายพรพระ
( บทพาหุง ) คู่สมรสไปตักบาตรรถวายภัตตาหารแด่
่พระสงฆ์ ฯ จากนั้นพระสงฆ์อนุโมทนาคู่สมรส
กรวดน้ำเสร็จแล้วพระสงฆ์รูปเป็นประธานฯ ประพรมน้ำ
พระพุทธมนต์ พระสงฆ์นอกนั้นเจริญชัยมงคลคาถา
นับเป็นเสร็จพิธีสงฆ์ ตอนบ่าย เมื่อถึงเวลาหลั่งน้ำสังข์
ตามประเพณีนิยมก็นำคู่สมรสเข้าสู่ห้องพิธี
ีและนำน้ำระพุทธมนต์ไปเจือปนกับน้ำที่เตรียม
ไว้เพื่อหลั่งน้ำสังข์ด้วย
( ให้น้ำมนต์เติมน้ำที่เตรียมไว้เสมอ )
ทำบุญสองวัน
ถ้ากำหนดจะทำบุญ 2 วัน วันต้น เรียกวันสุกดิบ
พิธีจะเริ่มต้นโดยตอนเย็น นิมนต์พระสงฆ์มาเจริญ
พระพุทธมนต์ที่บ้าน ใช้เวลาระหว่าง 1600– 1700 น.
หรือจะเป็นเวลา1900 – 2000 น. ก็สุดแต่ความสะดวกจะตกลง
กันเมื่อรับศิล ฟังพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์จบแล้ว
ก็นับว่าเสร็จพิธีในวันแรกวันรุ่งขึ้นเวลาประมาณ0700น.
รับพระสงฆ์ที่อาราธนาเจริญพระพุทธมนต ์แต่วัน
ก่อนมาเจริญบทถวายพรพระ คู่สมรสตักบาตรรถวายอาหาร
บิณฑบาต ถวายไทยธรรม พระสงฆ์อนุโมทนา คู่สมรสกรวดน้ำ
ต่อจากนั้น พระสงฆ์รูปเป็นประธาน ฯ ประพรมน้ำ
พระพุทธมนต์ พระสงฆ์ นอกนั้นเจริญชัยมงคลคาถา
นับเป็นเสร็จพิธี ตอนเย็นก็นำคู่สมรสไปประกอบพิธีรับการ
หลั่งน้ำสังข์ตามประเพณีต่อไป
การเตรียมการ :
เพื่อให้พิธีสมรสเป็นพิธีที่เป็นมงคลจริง ๆ ทั้งสองฝ่าย จะต้องเตรียมการต่าง ๆ ไว้เป็นการเรียบร้อย
อย่าให้เกิดการบกพร่องและถูกตำหนิได้แม้แต่สิ่งของเครื่องใช้ก็อย่าให้เกิดแตกหักชำรุดขึ้นในวันแต่งงานนั้นสิ่งของ
เครื่องใช้ที่จะต้องเตรียมและจัดหาจัดทำ ฯ มีดังนี้.-
1. สถานที่ทำบุญ
ให้ตั้งที่บูชา 1 ที่ ประกอบด้วยโต๊ะบูชา 1 ชุด พระพุทธรูป 1 องค์ ,แจกัน 1 คู่ ,เชิงเทียน 1 คู่ ,กระถางธูป 1 ใบ
,พานดอกไม้ 3 พาน ,เทียนชนวน ,บาตรน้ำพระพุทธมนต์ 1 ที่,ด้ายสายสิญจน์1ม้วน,
หญ้าคา1กำ,เทียนบริสุทธิ์สำหรับทำน้ำพระพุทธมนต์หนักอย่างน้อย 1 บาท 1 เล่ม สำหรับ
สายสิญจน์ ถ้าจะวงรอบบ้านก็จัดทำให้เสร็จก่อนถึงเวลาพิธีสงฆ์
2. การนิมนต์พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์
ให้ดำเนินการไว้ก่อนเป็นการล่วงหน้า จำนวนพระสงฆ์นั้น นิยมถือคู่เป็นเกณฑ์คือ 8 , 10 ,12 รูป
แต่เท่าที่พบเห็นก็ไม่แน่นอนเสมอไปมี 7 - 9 รูป เป็นพื้น ข้อนี้สุดแต่นิยมการนิมนต์พระสงฆ์
จะนิมนต์รวมกันหรือแยกนิมนต์ก็ได้ คือฝ่ายเจ้าบ่าว นิมนต์ 4 รุป หรือ 5 รูป เจ้าสาวจะ นิมนต์ 4 หรือ 5 รูป
ก็สุดแต่จะสะดวก แต่พิธีที่ทางราชการดำเนินการ จะนิมนต์พระสงฆ์จำนวน 10 รูป
3. การจัดภัตตาหารและไทยธรรมถวายพระสงฆ์
ให้จัดภัตตาหารประกอบด้วยอาหารคาวหวาม ตามศรัทธา จะจัดเป็นวง
หรือถวายเป็นสำรับก็ได้ ไทยธรรม ประกอบด้วย ดอกไม้ ธูป เทียน
มีใบปวารณา ( ซอง )และจะมีหมาก พลู ใบชา ฯลฯ ก็ถวายเพิ่มเติมได้ตามฐานะ
4.ขันหมากหมั้น
ถ้ากำหนดให้มีพิธีหมั้นด้วย ฝ่ายชายจะต้องจัดขันหมากหมั้น 2 ขัน คือขันหมั้น กับขันหมาก
- ขันใส่ของหมั้น มีของหมั้นซึ่งประกอบด้วย เงิน ทอง นาก เพชร หรือแหวนหมั้น และหรือของอื่นใดสุดแต่จะ
ตกลงกันสมัยนี้ นิยมแหวนเพชรหรือแหวนทองในการหมั้น และขันนี้ให้ใส่ถั่วเขียว 1 ถุง ข้าวเปลือก 1 ถุง งาดำ 1 ถุง
ข้าวตอก 1 ถุง ใบเงิน ใบทอง ใบนาก อย่างละ 9 ใบ เสร็จแล้วมีผ้าคลุม
- ขันหมาก ประกอบด้วย หมากดิบ 9 ผล ตัดให้ติดกันทั้ง 8 ผล หรือจะตัดเป็นคู่ คู่ละ 2 ผลติดกันได้ ฝานก้นหมาก
ทุกผลแล้วใช้ปูนแดง หรือชาดแดงทา พลูใจเดียว 4 เรียง เรียงละ 8 ใบ เรียงแล้วให้ตัดก้านเสมอกันทาปูนแดง
หรือทาชาดแดงที่รอยตัดทุกก้าน จัดใส่ขันเรียงกันให้เรียบร้อยแล้วมีผ้าคลุม
5. ขันหมากแต่ง
กำหนดจัดเป็น 3 ขัน 2 ขันแรกจัดเหมือนกันกับขันหมาก มีหมากพลูตามที่กล่าวมาแล้ว
ส่วนอีกขันหนึ่ง เรียกว่า ขันสินสอด ใส่เงินทองตามที่ตกลงกันไว้ แต่ต้องให้เกินไว้
มากน้อยสุดแล้วแต่ความพอใจ ขันสินสอดนี้ใส่ถั่วเขียว 1 ถุง งาดำ 1 ถุง ข้าวเปลือก 1 ถุง ข้าวตอก 1 ถุง
ใบเงิน ใบทอง ใบนากเหมือนขันหมากหมั้น ในพิธีหมั้น นอกจากนี้ในพิธี ขันหมากแต่งจะต้องเตรียมธูปเทียน
ผ้าขาวไหว้ผี ผ้าไหว้บิดามารดา และญาติผู้ใหญ่ โดยจัดใส่หาบนำไปพร้อมกับ
ขันหมากแต่ง (พิธีเหล่านี้จะกำหนดแน่นอนตายตัวไม่ได้ เพราะขึ้นอยู่กับตามความนิยมท้องถิ่น )
6. เครื่องหลั่งน้ำพระพุทธมนต์
( น้ำสังข์ ) ประกอบด้วย สังข์ (มีพานรอง) 1 ตัว ,หม้อใส่น้ำ 3 หม้อ ( เงิน ,ทอง ,สำริด )
ขันสำหรับถ่ายน้ำ พระพุทธมนต์ พร้อมจอกลอย 1 ชุด,ชุดตั่งนั่ง รับการหลั่งน้ำสังข์ 2 ที่
(ม้ารองนั่ง 2 ตัว โต๊ะรองมือ 2 ตัว หมอน 1 คู่ ) ,ที่รองพุ่มดอกไม้สดรับน้ำสังข์ 1 คู่
,กระแจะเจิม 1 ที่,พวงมาลัย 2 ชาย 1 คู่ และมงคลแฝด 1 ชุด
ในห้องพิธีฯ จะต้องประกอบด้วยที่บูชา 1 ที่ เพื่อนเจ้าบ่าว เพื่อนเจ้าสาว ของชำร่วย
คนต้อนรับแขก คนแจกของขวัญ สมุดลงนามอวยพรต้องจัดหาไว้ให้พร้อมตามสมควรแก่ฐานะ
หรือจะจัดให้มีการเลี้ยงในตอนค่ำ ตามความเหมาะสมก็ได้
7. พิธีส่งตัวบ่าวสาว
เป็นพิธีสุดท้าย เมื่อได้ฤกษ์ จะต้องเชิญผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือ และแต่งงานครั้งเดียว
และอยู่กินกันมาจนทุกวันนี้เป็นผู้ปูที่นอนให้ แล้วนำคู่บ่าวสาวขึ้นสู่ที่นอน ส่วนข้อปลีกย่อยก็จัดทำตามความนิยม
ระเบียบปฏิบัติในการประกอบพิธีฯ
ให้ถือระเบียบของทางราชการเป็นแนวปฏิบัติดังนี้ .-
คู่สมรสต้องไปถึงสถานที่ประกอบพิธีฯ ก่อนเวลาฤกษ์ไม่น้อยกว่า 30 นาที
ในพิธีสมรส เจ้าสาวต้องอยู่ทางซ้ายเจ้าบ่าว
เพื่อนของคู่สมรสมีฝ่ายละ 2 คนเท่ากัน ไปพร้อมกับคู่สมรส
ในเวลาประกอบพิธีฯให้ยืนอยู่ข้างหลังคู่สมรสในระยะพอสมควร
เมื่อได้ฤกษ์ เจ้าภาพหรือผู้แทนนำคู่สมรสเข้าห้องพิธีฯ พร้อมด้วย
เพื่อนของคู่สมรสเชิญประธานในพิธีฯ เข้าประกอบพิธีฯ โดยคู่สมรสทำความเคารพประธานฯ ก่อนเป็นการเบื้องต้น
ประธานฯ รับเทียนชนวน จุดเทียนธูปบูชาพระรัตนตรัยในขณะนี้ คู่สมรสยืนประนมมือระลึกถึง คุณพระรัตนตรัยและอธิฐานจิต
ที่จะอยู่ครองคู่กันด้วยความซื่อสัตย์สุจริตตลอดไป
เมื่อประธานฯ จุดเทียนธูปบูชาพระรัตนตรัย และกราบพระเรียบร้อยแล้ว คู่สมรสกราบ พระรัตนตรัยแล้วเข้าไปนั่งยังตั่งสำหรับรอรดน้ำสังข์
ประธานฯ รับพวงมาลัย 2 ชาย คล้องให้แก่คู่สมรสตามลำดับ
คู่สมรสวางแขนทั้ง 2 ข้างของแต่ละคนบนหมอนรอง
ประนมมือยื่นออกไปตรงขันรองน้ำ
ประธานฯ รับมงคลแฝดสวมศีรษะคู่สมรส รับเครื่องเจิม
และเจิมหน้าผากคู่สมรส แล้วรับสังข์หลั่งน้ำพระพุทธมนต์ให้สืบไป
เมื่อประธานฯ หลั่งน้ำพระพุทธมนต์แล้ว เจ้าภาพหรือผู้แทนฯ
เชิญแขกเข้ามาหลั่งน้ำสังข์ติดต่อกันไป
เสร็จการหลั่งน้ำสังข์แล้ว เจ้าภาพหรือผู้แทนฯ เชิญประธานฯ
หรือแขกผู้มีอาวุโสถอดมงคลแฝด หรือเจ้าภาพจะถอดเองก็ได้ แล้วมอบมงคลแฝดให้แก่คู่สมรส
คู่สมรสลุกขึ้นจากตั่งที่นั่งแล้วเข้าไปกราบพระรัตนตรัย
และทำความเคารพท่านผู้ถอดมงคลแฝด
เสร็จพิธีฯ แล้ว เจ้าภาพหรือผู้แทนฯ นำคู่สมรสออกไปกราบประธานฯ และทำความเคารพแขก ผู้มาอวยพร
เพื่อแสดงความขอบคุณที่ท่านได้กรุณาประกอบพิธีและอำนวยพร
- เสร็จพิธี –
ภาคปฏิบัติในพิธีสมรส
พิธีหมั้น
1. กำหนดวันที่จะหมั้น
2. สิ่งของที่จะใช้ในการหมั้น มีขันหมากหมั้น 2 ขัน ซึ่งฝ่ายชายเป็นผู้จัดคือ ขันหมั้น กับขันหมาก
ขันหมั้น ใส่ของที่จะนำไปหมั้น อาจจะเป็นเงิน ทอง นาก เพชร หรือของอื่นใดแล้วแต่จะตกลงกัน ถั่วเขียว 1 ถุง
ข้าวเปลือก 1 ถุง งาดำ 1 ถุงข้าวตอก 1 ถุง ใบเงิน ใบทอง ใบนาก อย่างละ 9 ใบ และมีผ้าแพรบาง ๆ คลุมขัน
ขันหมาก ใส่หมากดิบ 8 ผล ตัดให้ติดกันทั้ง 8 ผล หรือจะตัดเป็นคู่ คู่ละ 2 ผล ติดกันก็ได้ ฝานก้นหมากทุกผล
แล้วทาก้นหมากด้วยปูนแดงหรือชาดแดง พลูใจเดียว 4 เรียง เรียงละ 8 ใบ ใส่ขันเรียบร้อย แล้วใช้ผ้าคลุมเช่นกัน
3. เมื่อได้กำหนดการหมั้นผู้ใหญ่ฝ่ายชายพร้อมด้วยเจ้าบ่าวก็ไปที่บ้านฝ่ายหญิงเพื่อทำพิธีหมั้น
โดยนำขันหมากทั้งสองไปด้วย นิยมใช้เด็กหญิงพรหมจารีเป็นผู้ถือขันหมากให้ ให้ไปถึงก่อนเวลาหมั้นเล็กน้อย
4. เมื่อผู้ใหญ่ฝ่ายชายไปถึง ผู้ใหญ่ฝ่ายหญิงก็ทำการต้อนรับและสนทนาปราศรัยกันจนกว่าจะได้เวลาหมั้น
5. เมื่อได้เวลาหมั้น ผู้ใหญ่ฝ่ายชายจะเริ่มทำพิธีสู่ขอก่อน โดยกล่าวว่า “ วันนี้ฤกษ์งามยามดีอยากจะมาสู่ขอ ........
ซึ่งเป็นกุลสตรี ไปเป็นแม่ศรีเรือนให้กับ..................” เมื่อฝ่ายชายกล่าวคำสู่ขอเสร็จแล้ว ผู้ใหญ่ฝ่ายหญิงก็กล่าวตอบว่า
“ ถ้าฝ่ายชายเห็นว่าลูกสาวของ ( กระผม,ดิฉัน ) เหมาะสมที่จะเป็นแม่บ้านแม่เรือนได้ ก็ไม่ขัดข้อง
และขอฝากให้ฝ่ายชายช่วยว่ากล่าวตักเตือนด้วย “ เสร็จจากกล่าวคำสู่ขอแล้ว ผู้ใหญ่ฝ่ายชายก็จะมอบขันหมั้นสองขัน
ให้แก่ผู้ใหญ่ฝ่ายหญิง เมื่อผู้ใหญ่ฝ่ายหญิงตรวจดูของหมั้นเรียบร้อยแล้วถ้าเป็นแหวนหมั้น ผู้ใหญ่ฝ่ายหญิงก็จะขอให้
ฝ่ายชายทำพิธีสวมแหวนหมั้นให้แก่ฝ่ายหญิง
6. เมื่อสวมแหวนหมั้นแล้วฝ่ายหญิงไหว้ขอบคุณฝ่ายชายเป็นอันเสร็จพิธีฯ หากจะมีการเลี้ยงอาหารกันก็เลี้ยงต่อในตอนนี้
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
พิธีแต่งงาน
1. ขันหมากแต่งมี 3 ขัน
1. ขันสินสอด 1 ขัน ใส่เงินสินสอดตามที่ได้ตกลงกันไว้ (เกินไว้บ้างแสดงว่าเงินงอก) นอกจากนี้
ก็ใส่ถั่วเขียว 1 ถุง งาดำ 1 ถุงข้าวเปลือก 1 ถุง ข้าวตอก 1 ถุง ใบเงิน ใบทอง ใบนาก อย่างละ 9 ใบ และมีผ้าคลุมขัน
2. ขันหมาก 2 ขัน ใสหมากดิบขันละ 8 ผล ตัดให้ติดกันทั้ง 8 ผล หรือจะตัดเป็นคู่ คู่ละ 2 ผลติดกันก็ได้
พลูใจเดียวขันละ 4 เรียง เรียงละ 8ใบ และมีผ้าคลุมขัน
2. เครื่องเซ่นไหว้บรรพบุรุษ ประกอบด้วย
- ธูป 5 ดอก เทียน 2 เล่ม
- เครื่องเซ่นไหว้มี มะพร้าวอ่อน 1 คู่ กล้วยน้ำว้า 2 หวี ไก่ต้ม 1 ตัว ปลาแป๊ะซะ 1 ตัว และหมูนอนตอง 1 ที่
- ผ้าขาว 1 พับ ( ประมาณ 4 ศอก หรือ 2 เมตร )
3. ชุดผ้าไหว้บิดามารดาและญาติผู้ใหญ่ มี
- ธูปเทียนแพ 1 ชุด
- ผ้าไหว้ จะไหว้ใครบ้าง ให้เตรียมไว้เท่าที่จะไหว้ ( ถ้าไหว้ผู้หญิง นิยมซื้อผ้าตัดเสื้อหรือผ้านุ่ง ไหว้ผู้ชาย
นิยมซื้อผ้าตัดกางเกง หรือกางเกงแพร หรือผ้าขาวม้า )
4. ต้นไม้ในพิธีแต่งงาน นิยมใช้หน่อกล้วย 2 หน่อ อ้อย 2 ต้น
หมายเหตุ ตามที่กล่าวมานี้จัดเป็นขันหมากเอกส่วนขันหมากโทมีเพียงขนม,ผลไม้ต่างๆใส่ภาชนะตามจำนวนที่ตกลงกัน
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
ข้อควรทราบบางประการเกี่ยวกับพิธีแต่งงาน
1. เมื่อขบวนขันหมากมาถึงบ้านเจ้าสาว ให้ผู้ใหญ่ฝ่ายหญิงไปต้อนรับ พร้อมกับให้เด็กหญิงถือพานหมากไปด้วย
( หมากจัดเป็นจำนวนคู่ )เมื่อขบวนขันหมากมาถึงหน้าบ้าน ผู้ใหญ่ฝ่ายหญิงจะถามไปว่า
“ วันนี้ฤกษ์งามยามดี พวกท่านมาดีหรือมาร้ายใคร่ขอทราบ “ ผู้ใหญ่ฝ่ายชาย
ก็จะตอบว่า “ วันนี้ฤกษ์งามยามดี ท่านเศรษฐีผู้ใหญ่ ท่านจะน้ำแก้วมาเกย จะเอาเขยมาฝาก จะนำเอาขันหมากเข้ามาให้
หากไม่ขัดข้องขอให้รับไว้ด้วย “
2. นายประตู เมื่อขบวนขันหมากจะเข้าไปในบ้าน จะต้องผ่านประตูทั้ง 3 คือ ประตูเงิน ประตูนาก และประตูทอง
ให้เจ้าบ่าวเตรียมเงินใส่ซองไว้เพื่อขอผ่านประตู คนเผ้าประตูเงินจะใช้เข็มขัดเงินกั้นไว้ ไม่ยอมให้เจ้าบ่าวเข้า จะพูดว่า
“ บ้านนี้เป็นบ้านใหญ่บ้านโต มีผู้คนมากมายการจะผ่านเข้าผ่านออก จะต้องแจ้งให้นายประตูทราบก่อน
จึงจะผ่านเข้าไปได้ “ เมื่อให้รางวัลแก่นายประตูแล้วก็ผ่านเข้าไปได้ ผู้เฝ้าประตูอื่น ๆ ก็จะพูดเช่นเดียวกัน
( เรื่องคนเฝ้าประตูจะมีหรือไม่มีก็ได้ เพราะเป็นเพียงส่วนประกอบเท่านั้น )
3. เมื่อขบวนขันหมากเข้าไปในบ้านเรียบร้อยแล้ว ให้นำขันหมากไปวางไว้ ณ ที่ที่เจ้าของบ้านจัดเตรียมไว้
ก่อนจะเริ่มพิธีเปิดขันหมากถ้าที่บ้านมีโต๊ะหมู่บูชา ผู้เป็นประธานฝ่ายหญิงจุดเทียนธูปบูชาพระรัตนตรัยเสียก่อน
ผู้ใหญ่ทั้ง 2 ฝ่าย พร้อมทั้งเจ้าบ่าวและเจ้าสาว นั่งล้อมวงขันหมากผู้ใหญ่ฝ่ายหญิงก็จะพูดว่า “ เพื่อเป็นสิริมงคล
ขอให้เปิดขันหมากให้ดูกันทั่วหน้าด้วย “ ผู้ใหญ่ฝ่ายชายก็ทำการเปิดขันหมากทั้งสามขัน โดยปูผ้าห่อขันหมากที่พื้น
หยิบใบเงิน ใบทอง ใบนากเรียงบนผ้าก่อน แล้ววางสินสอดถั่ว งา ข้าวเปลือก ข้าวตอก ไว้ข้างบน ส่วนหมาก พลู
ก็ทำเช่นเดียวกัน คลี่ผ้าออกปู นำพลูเรียงพร้อมวางหมากลง ขณะนับเงินสินสอด ก็ให้ผู้ใหญ่ฝ่าย หญิงพูดคำ
ที่เป็นศิริมงคลเสมอ ข้าวตอกที่เบ่งบาน แสดงว่าจะมีฐานะใหญ่โต ถั่วเขียว งาดำ หมายถึง ความงอกงาม
ใบเงิน ใบทอง ใบนาก หมายถึงแก้วแหวน เงิน ทอง พลูเรียง หมายถึง ต่อไปนี้เราจะได้เป็นญาติเรียงพี่เรียงน้องกัน
หมากมีรสฝาด มีลักษณะคุณสมบัติในทางประสานแผลหมายความว่า เมื่อมีการผิดพลาดล่วงเกินกันไป
ก็ให้อภัยให้กันด้วย โดยการให้อภัยนั้นจะประสานไห้ดีกันได้ดังเดิม
4. เมื่อพิธีเกี่ยวกับขันหมากเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ให้ห่อมอบส่งให้ฝ่ายหญิงไป ส่วนหมากพลู ก็ให้ห่อมอบส่ง
ให้ฝ่ายหญิงเช่นกันหมากพลูให้เก็บไว้ 3 ถึง 7 วัน แล้วนำไปพลีใต้ต้นไม้ใหญ่ ต่อจากนั้นก็เป็นพิธีสงฆ์
5. การเซ่นไหว้บรรพบุรุษ ถ้าในงาน ฯ นี้มีพิธีสงฆ์ด้วย ให้ทำการเซ่นไหว้บรรพบุรุษในขณะที่พระสงฆ์
กำลังฉันภัตตาหาร เมื่อเจ้าบ่าว เจ้าสาว ประเคนภัตตาหารพระสงฆ์เสร็จแล้ว ก็ให้ไปทำพิธีเซ่นไหว้
เครื่องเซ่นไหว้บรรพบุรุษ นิยมตั้งในที่กลางแจ้ง จัดตั้งโต๊ะ ใช้ผ้าขาวปูบนโต๊ะวางเครื่อง เซ่นไหว้เตรียมไว้
พอได้เวลา เจ้าบ่าวเจ้าสาวไปจุดเทียนธูปทำพิธีเซ่นไหว้
ตัวอย่างคำกล่าวในพิธีเซ่นไหว้ เช่น “ วันนี้เป็นวันฤกษ์งามยามดี ลูกหลานทั้งสองจะได้ประกอบพิธีมงคลสมรส
พร้อมนี้ ลูกหลานได้จัดตกแต่งข้าวปลาอาหาร ส้มลุกลูกไม้ ขนมนมเนย ล้วนแต่ของประณีต มีรสเลิศนำมาเซ่นไหว้ด้วย
ขอเชิญผีบรรพชนทั้งหลาย ผีบ้าน ผีเรือน พระภูมิเจ้าที่ แม่พระธรณี แม่พระคงคา เทพยดาอารักษ์ ได้โปรดมาพร้อมกัน
ณ สถานที่นี้ และรับเครื่องเซ่นกระยาบวดของข้าพเจ้าทั้งหลาย ขอให้ชีวิตสมรสของข้าพเจ้าทั้งสองมีความร่มเย็นเป็นสุข
เป็นชีวิตคู่ที่มั่นคง มีความเจริญก้าวหน้า ขอให้มีบุตรธิดาที่มีวาสนามาเกิด มีสติปัญญาเป็นลูกที่ว่านอนสอนง่าย
เป็นอภิชาตบุตร “
ผ้าขาวนั้น เมื่อเสร็จพิธี ฯ แล้ว ให้นำไปถวายพระสงฆ์ หรือแม่ชี ส่วนเครื่องเซ่นไหว้ ให้แบ่งเฉลี่ยกันรับประทาน
6. พิธีปูที่นอน เรียงหมอน ส่งตัว
6.1 การเตรียมการ
- หินบดยา 1 ก้อน ( หมายถึงจิตใจหนักแน่น )
- ไม้เท้า 1 อัน ( หมายถึงอายุยืน )
- ฟักเขียว 1 ลูก ( หมายถึงความเยือกเย็นอยู่เป็นสุข )
- ถั่ว และงา อย่างละ 1 ถุง ( หมายถึงความเจริญงอกงามเพิ่มพูน )
- ภาชนะน้ำ 1 ที่ ( หมายถึงความสามัคคีเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน )
- แมว 1 ตัว ( หมายถึง รักบ้านเรือน )
- ไก่ขาว 1 ตัว ( หมายถึง ตื่นดึก ลุกเช้า เฝ้าขยันหมั่นเพียร )
- เครื่องนอนของเจ้าบ่าวและเจ้าสาว
- ขันน้ำมนต์ 1 ขัน พร้อมกำหญ้าคา 1 กำ
- ข้าวตอกดอกไม้ 1 ขัน ( ดอกรัก มะลิ กุหลาบ บานชื่น บานไม่รู้โรย ดอกบัว พุทธรักษา สร้อยทอง
และดาวเรือง ผสมเหรียญทอง– เงิน อย่างละ 9 เหรียญ หรือตามต้องการ )
6.2 การปฏิบัติ
( ก่อนถึงเวลาฤกษ์ประมาณ 10 นาที )
- นำเจ้าบ่าว และเจ้าสาว ขึ้นเรือนหอ ( รออยู่นอกห้องนอน )
- นำของใช้ในพิธี ฯ ขึ้นไปไว้บนเรือนหอ วางในที่ ที่เหมาะสม
- นำหมอน มุ้ง และผ้าปูที่นอนวางไว้บนเตียง สำหรับขันน้ำมนต์ ขันข้าวตอกและดอกไม้
ให้ตั้งไว้บนโต๊ะข้างที่นอน
- ( เมื่อได้เวลาฤกษ์ ) ผู้ใหญ่ชาย – หญิง ทำพิธีปูที่นอน
( มักเชิญผู้ใหญ่คู่ที่มีความสุขในการครองเรือนเป็นผู้ปูที่นอน )ก่อนปูที่นอนผู้ใหญ่จะร้องถามกันว่า
นายอยู่ นายยืน นายหมั่น และนายคง มาหรือยัง ? ให้มีผู้ตอบว่า “ มาแล้ว “ จึงเริ่มปู
- ปูที่นอนเสร็จแล้ว ให้ผู้ใหญ่ทั้ง 2 จุดเทียนธูปบูชาพระรัตนตรัย ไหว้พระ สวดมนต์
นั่งสมาธิ แผ่เมตตา และอุทิศส่วนกุศลแล้วให้ผู้ปูที่นอนลองนอนดู ชายพูดว่า
“ แหม ที่นอนนี้ดีจริง ใครได้นอนคงอยู่เย็นเป็นสุขสบาย “
ฝ่ายหญิงก็พูดเสริมว่า “ เราคงมีแต่ความสุขยิ่ง ๆ ขึ้นไป “แล้วพรม ( ประพรม ) น้ำมนต์ที่ ที่นอน
พร้อมกับให้ศิลให้พรเพื่อเป็นสิริมงคล และโปรยข้าวตอกดอกไม้ลงบนที่นอน
- ผู้ใหญ่ฝ่ายหญิงนำเจ้าสาวเข้ามา เจ้าสาวไหว้หรือกราบเจ้าบ่าว ทั้งสองมอบของมีค่าให้กัน
เช่นสร้อย และแหวน( ถ้ามี) ส่วนมากฝ่ายชายเป็นผู้มอบฝ่ายเดียว
- ผู้ใหญ่ฝ่ายเจ้าสาวกล่าวฝากฝังเจ้าสาวกับเจ้าบ่าว ให้ทั้งสองเคารพยำเกรงกันและกันให้มั่นคง
และอวยพรให้มีความสุขความเจริญแล้วทุกคนออกจากห้องไป ( เหลือแต่เจ้าบ่าวเจ้าสาวตามลำพัง )
** หมายเหตุ **
1. บางแห่ง เมื่อปุที่นอนแล้ว ก็ให้นำใบเงิน ใบทอง ดอกรัก ดอกกุหลาบ ฯ สอดไว้ใต้ที่นอน
คงจะมีความหมายว่าให้ทั้งสองรักกันยืนยาวสดชื่น มีเงินทองบริบูรณ์นั่นเอง
2. ของใช้ในพิธีตามข้อ 6.1 อาจไม่เหมือนกันในแต่ละท้องถิ่นสามารถเพิ่มเติมหรือตัดออกได้ตามความจำเป็น
ขอขอบคุณข้อมูลดี ๆ จาก ::
- นิตยสาร We
- นิตยสาร คู่สร้างคู่สม
- นิตยสาร Wedding
ป้ายกำกับ: แต่งงาน, พิธีแต่งงานแบบไทย
0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น
สมัครสมาชิก ส่งความคิดเห็น [Atom]
<< หน้าแรก