แต่งงาน

วันพฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2552

เตรียมตัวแต่งงานตามแบบคริสเตียน

6-12 เดือนก่อนวันวิวาห์
เลือกสถานที่ประกอบพิธีแต่งงานแบบคริสต์ แจ้งความจำนงต่อทางวัด พร้อมทั้งสอบถามระเบียบการใช้สถานที่ และค่าธรรมเนียมกำหนด กำหนดวันเวลาประกอบพิธี ทำบัญชีรายชื่อแขกทั้งสองฝ่าย ติดต่อเพื่อนเจ้าบ่าว เพื่อนเจ้าสาวและผู้ร่วมพิธี เลือกชุดวิวาห์ ชุดเพื่อนเจ้าสาว เจ้าสาวเลือกแหวนแต่งงาน ซึ่งจะใช้ในพิธีแลกแหวน เป็นสัญลักษณ์ว่า คู่บ่าวสาวมอบตัวและใจให้แก่กัน แหวนแต่งงานนิยมใช้แหวนทองคำเกลี้ยง หรือแหวนแพลตินัม เพราะเป็นโลหะบริสุทธิ์ ทนทานไม่หมนหมองง่าย รูปทรงกลม คือ สัญลักษณ์แห่งรักนิรันดร์ แหวนแต่งงานนี้จะสวมบนนิ้วนางข้างซ้าย เพราะเชื่อกันว่ามีเส้นเลือดจากนิ้วนี้แล่นตรงสู่หัวใจ แจ้งข่าวดีแก่ญาติ เพื่อนฝูง และผู้ที่จะเชิญมาเป็นแขกไว้แต่เนิ่น ๆ

3-6 เดือนก่อนวันวิวาห์
ติดต่อนักดนตรีที่จะบรรเลงในพิธี อาจขับร้องโดยนักร้องหมู่ประสานเสียงประกอบออร์แกนหรืออาจเป็นเพลงบรรเลงด้วยออร์แกนก็ได้ และจะบรรเลงตามช่วงต่าง ๆ ของพิธี เช่น เริ่มขบวนแห่ พิธีแลกแหวน คู่บ่าว-สาว อาจกำหนดเพลงที่ใช้ในการประกอบพิธีโดยปรึกษากับพระก่อน ติดต่อช่างทำดอกไม้ ในกรณีที่ไม่ได้ใช้บริการของทางวัด อย่าลืมสอบถามทางวัดให้เรียบร้อย ว่าทางวัด มีข้อบังคับอย่างไรบ้าง ช่างทำดอกไม้จะเริ่มทำงานได้เมื่อใด และเสร็จพิธีแล้วสามารถนำดอกไม้กลับมาได้หรือไม่ นอกจากดอกไม้ที่ใช้ตกแต่งสถานที่แล้ว ยังมีช่อดอกไม้ของ เจ้าสาว ดอกไม้สำหรับเพื่อนเจ้าสาว พ่อแม่เจ้าบ่าวเจ้าสาวและผู้ร่วมพิธีอีกด้วย ติดต่อช่างภาพ ช่างแต่งหน้า ทำผม ร้านพิมพ์บัตรเชิญ สั่งเค้กแต่งงาน เตรียมของชำร่วย และเครื่องประดับในวันงาน

2-3 เดือนก่อนวันวิวาห์
ตรวจร่างกาย รวมทั้งเข้าคอร์สเจ้าสาว เตรียมพร้อมสำหรับการเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุด

1 เดือนก่อนวันวิวาห์
เริ่มแจกการ์ด หรืออาจบอกด้วยตัวเอง และทำการยืนยันจำนวนแขกกับสถานที่จัดเลี้ยง จัดหารถสำหรับคู่บ่าวสาว

2 สัปดาห์ก่อนวันวิวาห์
วางแผนต้อนรับผู้มาช่วยงานเตรียมสมุดอวยพร ของขวัญ ร่างบทสำหรับพิธีกร ยืนยันโต๊ะอาหาร เค้ก ดนตรีแจ้งวันเวลาและสถานที่ กับช่างภาพ ช่างแต่งหน้า ทำผมอีกครั้ง ตรวจเช็คความเรียบร้อยของชำร่วย

1 สัปดาห์ก่อนวันวิวาห์
ลองชุดวิวาห์ครั้งสุดท้าย ยืนยันเวลา สถานที่กับช่างทำดอกไม้ในงาน และตกแต่งรถคู่บ่าวสาวรูปแบบประเพณี เริ่มกันตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมตัวก่อนแต่งงานนั้นขั้นตอนต่าง ๆ ก็คงจะไม่แตกต่างอะไรกับงานแต่งงาน ทั่วไปคือ เริ่มจาก การสู่ขอการหมั้นหมายการตัดชุดแต่งงาน การจองสถานที่จัดงานเลี้ยง การพิมพ์และส่งการ์ดเชิญในงานแต่งงาน รวมทั้งการเตรียมตัวอีกหลาย ๆ อย่าง ซึ่งขึ้น อยู่กับคู่บ่าวสาวแต่ละคู่ โดย ปกติแล้ว ขั้นตอนต่าง ๆ เหล่านี้จะใช้เวลา ประมาณ เดือนแต่สำหรับ พิธีการแต่งงานแบบชาวคริสต์ นั้น คงจะต้องรวมถึงขั้นตอนสำคัญในการจองสถานที่ ในการประกอบพิธีกรรมอันได้แก่ โบสถ์ รวมถึง ผู้ประกอบพิธีซึ่งอาจจะเป็นบาทหลวง (สำหรับคาทอลิก)หรือศิษยาภิบาล ( สำหรับ คริสเตียน)นอกจากนั้นอาจจะมีการทาบทามญาติพี่น้องคนรู้จักที่เป็นเด็กเล็ก ๆ มาช่วยในงานพิธีด้วยโดยจะทำ หน้าที่ เป็นผู้โปรยดอกไม้และผู้ถือแหวนนำขบวนเจ้าสาวเข้าสู่โบสถ์มาถึงตรงนี้แล้วเชื่อว่าผู้อ่านคงอยากจะรู้ถึงพิธีกรรมนี้โดยละเอียดก็จะเริ่มตั้งแต่ คนจุดเทียนซึ่งไม่จำกัดว่า จะเป็นเด็ก หรือผู้ใหญ่ แต่นิยมให้เป็น ชาย 1 คน และหญิง 1 คน หรือไม่ก็หญิงทั้งคู่ ถ้าหากลองสังเกตดูดี ๆที่ด้านหน้าของโบสถ์บริเวณที่ใช้ในการประกอบพิธี จะมีเชิงเทียน 2 อันตั้งอยู่ทั้งทางซ้ายและขวา เมื่อเริ่มพิธีคนจุดเทียน จะเป็นคนคู่แรกที่เดิน ออกมาและทั้งสองจะเดินไปจุดเทียนที่ถืออยู่ในมือจากเทียนแท่น ที่อยู่ตรงกลางด้านหน้าของโบสถ์ หลังจากนั้นทั้งสองก็จะนำเทียนในมือ ไปจุดต่อยังเชิงเทียนด้านซ้ายและขวานั้น เมื่อจุดเทียน เรียบร้อยแล้วทั้งสองคนก็จะเดินออก และดนตรีในโบสถ์ก็จะดังขึ้น โดยมากแล้วผู้เล่นเปียโนจะเป็นนักเปียโนในโบสถ์นั้นๆแล้วขบวนเจ้าสาวก็จะเดินเข้าสู่โบสถ์ นำโดยเด็กโปรยดอกไม้ เพื่อนเจ้าสาวเด็กถือแหวนที่ใช้ประกอบพิธีและเจ้า สาวเดินคล้องแขน มาพร้อมกับบิดาของตนการที่บิดาเป็นผู้พาเจ้าสาว เข้ามาในโบสถ์ นั้น ก็มีความหมายว่าบิดาเต็มใจที่จะยกลูกสาวให้กับ เจ้าบ่าว นั่นเอง เมื่อมาถึงบริเวณที่ประกอบพิธี ด้านหน้าของโบสถ์ บาทหลวง หรือ ศิษยาภิบาลก็จะถามขึ้นว่า "ใครเป็นผู้มอบเจ้าสาวให้กับเจ้าบ่าวในวันนี้ " บิดาของเจ้าสาว ซึ่งเป็นผู้มอบก็จะตอบว่า "ข้าพเจ้านาย……..บิดาของนางสาว………เป็นผู้มอบ " แล้วบิดาก็จะเดินออกมา ณจุดนี้ เจ้าบ่าวก็จะเข้าไปยืนอยู่ คู่กับเจ้าสาวแทน ถึงจุดนี้แขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมในพิธี ก็จะทราบว่าทางครอบครัวของเจ้าสาวได้ยอมยกเจ้าสาวให้กับเจ้าบ่าวอย่างเต็มใจ และถูกต้องตามประเพณี หลังจากบิดาได้มอบเจ้าสาวให้กับเจ้าบ่าวแล้ว ก็จะเป็นพิธี ในส่วนที่เจ้าสาวและเจ้าบ่าวจะให้คำสัญญาต่อกันและกันต่อหน้าองค์พระผู้เป็นเจ้าซึ่ง ทรงศักด ิ์สิทธิ์และยิ่งใหญ่ที่สุดเพราะหมายความว่าพระผู้เป็นเจ้าทรงเป็นพยานใน การให้คำมั่นสัญญานั้น และคู่บ่าวสาว จะต้องรำลึกและรักษา สัญญานั้นไว้จนกว่าทั้งสองจะตายจากกัน หัวใจของพิธีการแต่งงานแบบชาวคริสต์อยู่ที่ตรงนี้นั่นเอง เพราะถ้าหากคู่บ่าวสาวทำผิดต่อ คำสัญญานี้ ก็จะไม่ได้รับพระพรจากองค์พระผู้เป็นเจ้าถ้าคุณผู้อ่านเคยได้เข้าร่วม เป็น สักขีพยาน ในพิธีแต่งงานแบบนี้ คงจะเห็นตรงกันผู้เขียนว่า ฉากนี้เป็นฉากที่ซึ้งที่สุดในพิธีก็ว่าได้ ในการกล่าวคำสัญญานั้นบาทหลวงหรือ ศิษยาภิบาล ก็จะถามเจ้าสาวก่อนในทำนองว่า "ท่านจะรับนาย…..เป็นสามีไม่ว่าจะยามสุข หรือทุกข์ มั่งมีหรือยากจนสบายดี หรือ เจ็บป่วยจนกว่าจะตายจากกันหรือไม่ " ทางฝ่ายเจ้าสาวก็จะตอบรับ และในทำนองเดียวกัน บาทหลวงหรือศิษยาภิบาล ก็จะถามเจ้าบ่าวด้วยคำถามเดียวกัน และเจ้าบ่าวก็จะตอบรับเพียงแค่ช่วงกล่าวคำสัญญานี้ ก็ทำให้สักขีพยานหลาย ๆ ท่านน้ำตาซึมกันทีเดียว จากนั้นผู้ประกอบพิธีก็จะถามฝ่ายเจ้าบ่าวว่าเขามีสิ่งใดที่ใช้แทนคำมั่นสัญญานั้น ฝ่ายเจ้าบ่าวก็จะรับแหวน จากเด็กถือแหวนให้กับผู้ประกอบพิธีการเตรียมการของฝ่ายหญิงจะคล้ายๆ กับ ฝ่ายชาย คือต้องไปเรียนคำสอนก่อน เพื่อเตรียมตัวเปลี่ยนศาสนาตามอีกฝ่าย การเรียนขึ้นอยู่กับคุณพ่อ (บาทหลวง)จะเป็นคนสอน การเปลี่ยนศาสนาขึ้นอยู่กับการคุยกันของทั้งฝ่ายว่าจะตกลงเปลี่ยนหรือไม่ ไม่เปลี่ยนก็ได้ แต่ถ้าเปลี่ยนก็จะดีมาก มาถึงขั้นตอนการอบรมชีวิตคู่ก่อนการแต่งงานจากคุณพ่อส่วนใหญ่ถ้าเป็นคนในกรุงเทพ จะไปอบรมที่ โบสถ์พระมหาไถ่ ซอยร่วมฤดี เป็นคนต่างจังหวัดก็จะอบรมที่โบสถ์ที่ตนเองไปเป็นประจำระหว่างการอบรม ก็สามารถสอบถามคุณพ่อในเรื่องพิธีการต่างๆ ได้การแต่งงานของคาทอลิก ต้องปฏิบัติดังนี้1. ไปติดต่อวัดที่เราจะประกอบพิธีมิสซาโดยติดต่อกับคุณพ่อเจ้าอาวาส 2 ในการอบรมก่อนแต่งงานเป็นไปได้ 2 กรณี คือ 2.1 อบรมกับคุณพ่อที่จะทำพิธีให้คุณพ่อจะเซ็นต์รับรองให้เอง) 2.2 อบรมตามสถานที่ ที่มีการจัดอบรมในกรุงเทพจะมีที่ อาสนวิหารอัสสัมชัญ และ วันพระมหาไถ่ ซอยร่วมฤดี ในกรณีที่อีกฝ่ายเป็นชาวต่างชาติ ไปอบรมที่พระมหาไถ่น่าจะดีที่สุด เพราะมีการอบรมเป็นภาษาอังกฤษ โดยจะได้รับรองการอบรมเพื่อเป็นหลักฐานในการประกอบพิธีมิสซา3. หลักฐานที่ใช้ประกอบ ใบสำคัญศีลล้างบาปถ้าทำหายไปขอคัดใหม่ได้จากวัดที่เราทำพิธีล้างบาปค่ะ) ในกรณีที่คู่สมรสเป็นชาวต่างชาติต้องมีใบรับรองโสด4. ในเรื่องของพิธีการ รวมทั้งรายละเอียด ต่าง ๆ คุณพ่อที่เป็นผู้ประกอบพิธิมิสซา จะเป็นผู้สอนให้เองข้อแนะนำ : ในกรณีที่แต่งงานแบบ ต่างคนต่างถือ ให้เข้ารับการอบรมจากคุณพ่อเจ้าอาวาส ของวัดที่เราจะประกอบ พิธีจะดีกว่า เพราะต้องยื่นเรื่องขอทำพิธีแต่งงานจะพระสังฆราชด้วย

ป้ายกำกับ: ,

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

สมัครสมาชิก ส่งความคิดเห็น [Atom]

<< หน้าแรก

Custom Search